ทำความรู้จักแบคทีเรีย H.Pylori ต้นเหตุโรคกระเพาะอาหาร

ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย จุกใต้ลิ้นปี่ แสบร้อนและจุกแน่นท้อง... หากมีอาการเหล่านี้ สามารถสันนิษฐานได้เบื้องต้นว่าอาจเกิดจากโรคกระเพาะอาหาร/แผลในกระเพาะ ซึ่งอาจมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น อาหารการกิน พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง และอีกสาเหตุหนึ่งของโรคกระเพาะอาหารคือ การติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโรไล (H.pylori) ซึ่งในบทความนี้ จะทำความรู้จักกับเชื้อตัวนี้ รวมถึงวิธีการป้องกันรักษากันค่ะ
รู้จักกับเชื้อแบคทีเรีย H.Pylori
เชื้อแบคทีเรียเอชไพโรไล เป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อน (รวมถึงประเทศไทย) ซึ่งมักปนเปื้อนมากับอาหารดิบ น้ำไม่สะอาด อุปกรณ์การปรุง และช้อนส้อมที่ไม่ได้ทำความสะอาด โดยเชื้อตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษสำคัญอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
กระเพาะอาหารของคนเรานั้นมีสภาพความเป็นกรดสูงมาก นอกจากจะใช้ในการย่อยอาหารแล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรค/แบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับอาหารด้วย เชื้อแบคทีเรียต่างๆเกือบทุกชนิดจึงไม่สามารถชีวิตอยู่ได้ในกระเพาะของเรา แต่ไม่ใช่กับเชื้อเอชไพโรโล...เพราะเชื้อตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการทนสภาวะความเป็นกรดสูง สามารถอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารของเราได้ เมื่อเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว มันจะไปฝังตัวอยู่ในกระเพาะอาหาร และมันสามารถอยู่ในกระเพาะของเราได้เป็น 10 ปี โดยผู้ที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการใดๆแสดงออกมาก็ได้
แล้วจะทราบได้อย่างไร ว่าเราติดเชื้อ H.Pylori ?
อาการที่แสดงออกจากการติดเชื้อ แบ่งได้เป็น 2 ระยะได้แก่
- ระยะเฉียบพลัน คือรับเชื้อแบคทีเรียเอชไพโรไลเข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการของกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย อาการจะเป็นระยะหนึ่งแล้วหายไป เนื่องจากกลไกการป้องกันตัวเองของร่างกาย ที่จะพยายามกำจัดเชื้อตัวนี้ออกไป แต่ถ้าเชื้อยังถูกกำจัดออกไปไม่หมด เชื้อที่หลงเหลือบางส่วนก็จะฝังตัวเองอยู่ในกระเพาะอาหารต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าสู่ระยะเรื้อรัง
- ระยะเรื้อรัง คือเชื้อที่อาศัยในกระเพาะอาหารมาเป็นเวลานาน เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะภายในเริ่มเสื่อมลง ผิวเยื่อบุกระเพาะก็ค่อยๆถูกเชื้อเอชไพโรไลทำลายไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดเป็นโรคกระเพาะอักเสบเรื้อรังหรือแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็ก และอาการอื่นๆตามมา เช่น อาหารไม่ย่อย แสบร้อนท้อง จุกเสียดแน่น เต็มไปด้วยลม ลุกลามไปเป็นโรคกรดไหลย้อน
วิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไพโรไล
• หลีกเลี่ยงอาหารดิบ อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ของหมักดอง และผักสด (เนื่องจากล้างไม่สะอาด)
• ดื่มน้ำสะอาด
• ทำความสะอาดอุปกรณ์ประกอบอาหาร รวมถึงภาชนะที่ใช้ทานอาหารให้สะอาดหลังจากใช้งานเสร็จ
• หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนร่วมกัน เนื่องจากเชื้อนี้สามารถติดต่อกันผ่านทางสารคัดหลั่งได้
การกำจัดเชื้อ H.Pylori
หากตรวจพบเชื้อ H.Pylori แนวทางการรักษาของยาแผนปัจจุบันจะใช้ยาลดกรด 1 ชนิดร่วมกับยาปฏิชีวนะอีก 2 ชนิด ทานเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์เพื่อกำจัดเชื้อ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการจากแผลในกระเพาะอาหารมานาน อาจจะยังมีแผลในกระเพาะอาหารอยู่

ยาสมุนไพรรักษาโรคกระเพาะอาหาร
ยาขับลมตราเพชรแดง ใช้ตัวยาหลักจาก สมุนไพรเปล้าตะวัน อุดมด้วยสารสำคัญจากเปลาโนทอล ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อ H.Pylori มีงานวิจัยบอกว่า หากทานร่วมกับยาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อ H.Pylori ได้ดีมากขึ้น สารเปลาโนทอล ยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างเยื่อบุกระเพาะที่ถูกทำลายไป สมานแผลในกระเพาะอาหาร และใช้ตัวยาเสริมคือ กระเพราแดง ขิงแก่ ตะไคร้ ซึ่งมีสรรพคุณในการขับลม บำรุงกระเพาะ ฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร สามารถทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ ปลอดภัย ดูรายละเอียดยาเพิ่มเติม คลิกที่นี่


