Last updated: 15 ม.ค. 2569 | 157632 จำนวนผู้เข้าชม |
"กรดไหลย้อน" กับ "แพนิค" ทำไมมักมาคู่กัน? หมอมีคำตอบและทางออกให้ค่ะ
ช่วง 5 ปีหลังมานี้ หมอเจอคนไข้มาปรึกษาอาการด้วยอาการคล้ายๆ กันเยอะมากกกกกค่ะ คือปวดท้อง แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม มือสั่น ใจสั่น เหมือนจะเป็นลม หลายคนกังวลว่าเป็นโรคหัวใจ แต่พอตรวจละเอียดแล้วกลับพบว่าเป็น "โรคกรดไหลย้อน" ที่แฝงมากับ "โรคแพนิค"
เมื่อก่อนเราอาจจะคุ้นเคยหรือรู้จักแค่โรคกระเพาะอาหาร แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ความเครียดที่สะสม ทำให้สองโรคนี้กลายเป็น "โรคคู่แฝด" ที่กัดกินคุณภาพชีวิตของใครหลายคน หมออยากบอกว่า คุณไม่ได้คิดไปเอง และอาการเหล่านี้รักษาให้ดีขึ้นได้ค่ะ
ทำไมปวดท้อง ถึงลามไปเป็น "แพนิค" ได้?
ร่างกายของเราทำงานเชื่อมโยงกัน ระหว่าง "สมอง" และ "ลำไส้"
• จากกายป่วย สู่ใจป่วย: เมื่อกรดไหลย้อนกำเริบ คุณจะรู้สึกแน่นหน้าอก จุกที่คอเหมือนมีอะไรขวาง หายใจไม่สะดวก อาการเหล่านี้ไปกระตุ้นระบบประสาท ทำให้เกิดความกลัว ตกใจ (แพนิค) ว่าเรากำลังจะเป็นอะไรหรือเปล่า? หายใจไม่ออกจะตายไหม? จนเกิดความเครียดสะสมค่ะ
• จากใจป่วย สู่กายป่วย: ในทางกลับกัน เมื่อคุณเครียดจากการทำงาน หรือพักผ่อนน้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งไปกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากผิดปกติ ระบบย่อยอาหารรวน จนกลายเป็นกรดไหลย้อน
ทั้งสองอาการนี้จึงกลายเป็นวงจร: เครียด -> กรดไหลย้อนกำเริบ -> แพนิค -> ยิ่งเครียด -> กรดไหลย้อนยิ่งแย่ลง
ในทางแพทย์แผนไทย เราไม่ได้มองว่า "กรดไหลย้อน" กับ "แพนิค" เป็นคนละโรคกันซะทีเดียวค่ะ แต่มันคืออาการสืบเนื่องที่เกิดจากสาเหตุ (สมุฏฐาน) เดียวกัน นั่นคือความผิดปกติจากธาตุลมและธาตุไฟ หมอจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆนะคะ

1. ไฟย่อยอาหารอ่อนกำลัง: ร่างกายเราจะมีไฟในการย่อยอาหาร (ปริณามัคคี) เมื่อมีปัจจัยมากระทบเช่นความเครียด ทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือทานของฤทธิ์เย็นมากเกินไป ไฟกองนี้จะเสียสมดุล ทำให้อาหารที่เราทานเข้าไป "ย่อยไม่หมด" ค่ะ
2. เกิดการสะสมเป็นลม/แก๊ส: อาหารที่ตกค้างจะบูดเน่าและเกิดแก๊สสะสมจำนวนมากอัดแน่นอยู่ในลำไส้เหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึง ทำให้มีอาการท้องอืด ไม่สบายท้อง
3. ลมดันขึ้นมาข้างบน: ธรรมชาติของลมจะลอยตัวขึ้นสูง เมื่อข้างล่างแน่น มันจะดันกระบังลมของเราให้ยกตัวสูงขึ้น ไปเบียดพื้นที่ของปอดและหัวใจ หมอแผนไทยเรียกลมนี้ว่า "ลมโกฏฐาสยาวาตา" หรือลมที่อยู่ในลำไส้ หรือการเคลื่อนไหวของแก๊สในกระเพาะอาหารค่ะ
4. ธาตุลมกระทบหัวใจ: ลมที่อัดแน่นจะไปรบกวนการทำงานของหัวใจและระบบประสาท ทำให้เกิดอาการ ใจสั่น หายใจไม่สุด หวิวๆ หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม หมอแผนไทยเรียกอาการแบบนี้ว่า ลมหทัยวาตะกำเริบค่ะ
5. จิตใจกระวนกระวาย: ลมหทัยวาตะ คือ "หัวใจ" เป็นที่ตั้งของจิตวิญญาณ เมื่อหัวใจถูกรบกวนด้วยลม ย่อมส่งผลให้จิตใจเกิดความหวาดกลัว วิตกกังวล จนกลายเป็นอาการที่ปัจจุบันเรียกว่า "แพนิค" นั่นเองค่ะ
3 วิธีรับมือกับปัญหาและตัดวงจรกรดไหลย้อน+แพนิค
1. ปรับลมหายใจเพื่อคลายสมอง
คนไข้ส่วนใหญ่มักหายใจสั้นโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเครียดยิ่งหายใจตื้น ลองฝึกหายใจเข้านับ 1-5 ช้าๆ แล้วผ่อนออกยาวๆ วิธีนี้จะช่วยเติมออกซิเจนให้สมอง ลดอาการมึนงง และช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลายลง อาการแพนิคจะทุเลาลงได้ค่ะ
2. ขยับร่างกาย กระตุ้นลำไส้
เชื่อมั้ยคะ...ว่าคนไข้กว่า 80% อาการดีขึ้นชัดเจนเพียงแค่ขยับตัว การออกกำลังกายเบาๆ 3-4 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยขับ "ลม" ที่คั่งค้างในลำไส้ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี และลดฮอร์โมนความเครียดได้ดีที่สุด นอกจากนี้การพักผ่อนให้เพียงพอก็มีส่วนช่วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ
3. ปรับพฤติกรรมการทาน เสริมเกราะป้องกันด้วย "สมุนไพรฟื้นฟูระบบย่อย"
เคี้ยวข้าวให้ละเอียด ทานอาหารให้ช้าลง ในแต่ละมื้อไม่ควรทานปริมาณมากเกินไป หลีกเลี่ยงการนอนราบทันทีหลังทานเสร็จ หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก ของหมักดอง
ทางแก้วิถีไทย ต้องกระจายลม และ สมานแผล
การรักษาให้หายขาด ไม่ใช่แค่การกินยาลดกรดเพื่อกดอาการไว้ แต่ต้องรักษาแบบองค์รวมตามหลักธาตุเจ้าเรือนค่ะ
• ขับลมกองหยาบ: ต้องระบายลมที่อัดแน่นในท้องออกให้เร็วที่สุด เพื่อลดแรงดันที่ไปเบียดหัวใจ
• กระตุ้นไฟย่อยอาหาร: ต้องบำรุงไฟธาตุให้กลับมาทำงาน เพื่อไม่ให้อาหารตกค้างสะสมใหม่
• สมานแผลภายใน: รักษาแผลในกระเพาะอาหารที่เป็นต้นเหตุทำให้ระบบย่อยมีปัญหา
ยาขับลมตราเพชรแดง ตำรับยาจากสมุนไพร 4 ชนิด เปล้าตะวัน กระเพราแดง ขิงแก่ ตะไคร้ มีสรรพคุณขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยบำรุงกระเพาะอาหารและฟื้นฟูระบบย่อย (ในทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า บำรุงไฟย่อย หรือ ไฟกองปริณามัคคี) สมุนไพรเปล้าตะวัน มีสารสำคัญเรียกว่า เปลาโนทอล ซึ่งมีคุณสมบัติในการสมานแผลในกระเพาะอาหารและรักษาโรคกรดไหลย้อนได้เป็นอย่างดี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อ กดที่รูปภาพข้างล่างได้เลยค่ะ
4 ก.ย. 2562
30 พ.ค. 2561
7 พ.ค. 2561