โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน และวิธีรักษาให้หายขาด

Last updated: Jan 26, 2019  |  15239 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคระบบทางเดินอาหาร

โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน และวิธีรักษาให้หายขาด

     โรคกรดไหลย้อน กับ โรคแพนิค กลายมาเป็นโรคยอดฮิตในปี 2018 สังเกตุได้จากจำนวนผู้ป่วยของเราที่เป็นโรคกรดไหลย้อน มักมีอาการแพนิคร่วมด้วย ซึ่งอาการของ

โรคทั้งสองนั้น เหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ได้แก่ มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หายใจไม่อิ่ม หายใจขัด เจ็บหน้าอก ไม่มีแรง หน้ามืด หวิวๆคล้ายจะเป็นลม ปวดท้อง วิงเวียน ท้องไส้ปั่นป่วน ทั้งโรคกรดไหลย้อนและโรคแพนิค จึงมีความสัมพันธ์กัน นั่นคือ กรดไหลย้อนก่อให้เกิดโรคแพนิค... โรคแพนิคก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อน

     ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อน เช่น ท้องอืด แสบร้อนกลางอกบ่อย กินอาหารได้น้อย น้ำหนักลง กินยาไม่หาย นอนไม่หลับ หาทางรักษาให้หายขาดไม่ได้ ก็เริ่มกังวล นานๆก็มีภาวะเครียดสะสม ท้ายสุดก็กลายเป็นโรคแพนิค ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคแพนิค มักเริ่มจากการทำงานหนัก เรียนหนัก ต้องเลี้ยงดูลูก มีภาระหน้าที่มากจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น ก็เริ่มมีภาวะความเครียดสะสม ส่งผลให้สมองหลั่งสารฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมา จนทำให้เกิดเป็นโรคกระเพาะ กรดไหลย้อนในที่สุด

เราควรรับมือกับปัญหานี้ยังไง?

ต้นตอปัญหาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อนและโรคแพนิค เกิดจาก การไม่ดูแลสุขภาพ คนมักคิดว่าเราแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย เช้ามาไม่ต้องทานข้าว แค่กาแฟแก้วเดียวก็อยู่ได้ถึงบ่าย ทำงานล่วงเวลาตลอด ทานข้าวไม่ตรงเวลาบ้าง ทานอาหารมื้อหนักบ่อยๆสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง กินดึกแล้วก็นอนทันที พอสะสมนานๆเข้าร่างกายก็เริ่มส่งสัญญานฟ้องออกมา สำหรับผู้ป่วยที่กำลังทรมานจากโรคนี้ แล้วอยากให้อาการหายขาด ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะคะ

1. ปรับสมดุลย์การใช้ชีวิตใหม่
ถ้ารู้ตัวว่าทำงานหนัก เรียนหนักเกินไป เครียดเกินไป ให้พักบ้าง หายใจเข้าลึกๆ นับ 1-5 แล้วหายใจออกยาวๆ ช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมอง (ปัจจุบันคนเราหายใจสั้นมาก ลองสังเกตุตัวเองดูนะคะ) ถ้าเราทานเนื้อสัตว์มากเกินไป ลองหันมาเพิ่มปริมาณผักดูบ้าง นอกจากช่วยล้างสารพิษในตับแล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีด้วย ถ้าเรากังวล กลัวว่าจะอาการเจ็บป่วยที่เป็นจะลุกลามไปมากกว่าเดิม นั่นคือเรื่องดี เพราะเรากำลังรับฟังอวัยวะภายในที่ส่งสัญญานเจ็บป่วยออกมา

2. ออกกำลังกาย ให้บ่อยขึ้น
ผู้ป่วยกว่า 80% หายขาดจากกรดไหลย้อนและโรคแพนิค เพียงออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดกังวล ช่วยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียน ขับของเสียที่ตกค้างในแบบธรรมชาติ และช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง การออกกำลังกาย ยังเป็นการกระตุ้นให้ดื่มน้ำ ช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย

3. ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร
เคี้ยวข้าวให้ละเอียด ทานอาหารให้ช้าลง ในแต่ละมื้อไม่ควรทานปริมาณมากเกินไป หลังทานข้าวเสร็จ ไม่ควรนอนทันที ทานอาหารทั้ง 5 หมู่ให้ครบ ดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้แทบทั้งหมด 

ตำรับยาสมุนไพรช่วยรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

     ยาขับลมตราเพชรแดง ตำรับยาจากสมุนไพร 4 ชนิด เปล้าตะวัน กระเพราแดง ขิงแก่ ตะไคร้ ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ฟื้นฟูระบบย่อย (ในทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า บำรุงไฟย่อย หรือ ไฟกองปริณามัคคี) สมานแผลในกระเพาะอาหารและรักษาโรคกรดไหลย้อน ดูรายละเอียดยาเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com