โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน และวิธีรักษาให้หายขาด

Last updated: 7 เม.ย 2565  |  51423 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคแพนิค กับ กรดไหลย้อน และวิธีรักษาให้หายขาด

5 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนและโรคแพนิคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!

ย้อนกลับไปสัก 4-5 ปีที่แล้ว ประมาณปีพ.ศ. 2559 - 2560 แทบจะไม่มีคนรู้จักกับโรคกรดไหลย้อน โรคแพนิค เมื่อมีอาการปวดท้อง สิ่งแรกที่มักนึกถึงคือ โรคกระเพาะอาหารกำเริบ แต่ทุกวันนี้ ทั้งกรดไหลย้อนและโรคแพนิค กลายมาเป็นโรคยอดฮิตที่สร้างความรำคาญและกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก สังเกตุได้จากจำนวนผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่มากขึ้น และมักมีอาการของโรคแพนิคแฝงอยู่ด้วย ซึ่งอาการของ

โรคทั้งสองนั้น เหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ได้แก่ มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หายใจไม่อิ่ม หายใจขัด เจ็บหน้าอก ไม่มีแรง หน้ามืด หวิวๆคล้ายจะเป็นลม ปวดท้อง วิงเวียน ท้องไส้ปั่นป่วน โรคกรดไหลย้อนและโรคแพนิค จึงมีความสัมพันธ์กัน กรดไหลย้อนก่อให้เกิดโรคแพนิค... โรคแพนิคก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อน

อาการของผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนที่พบมากได้แก่ ท้องอืด จุกแน่นและแสบร้อนบริเวณกลางอก จุกในลำคอเหมือนมีอะไรมาขวางคออยู่ ทำให้กินอาหารได้น้อย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร กินยาไม่หาย นอนไม่หลับ หาทางรักษาให้หายขาดไม่ได้ ก็เริ่มวิตกกังวล นานๆเข้าก็มีภาวะเครียดสะสม ท้ายสุดก็กลายเป็นโรคแพนิค ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยที่เป็นโรคแพนิค มักเริ่มจากการทำงานหนัก เรียนหนัก ต้องเลี้ยงดูลูก มีภาระหน้าที่มากจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น พักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เริ่มมีภาวะความเครียดสะสม ส่งผลให้สมองหลั่งสารฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมา ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ กระเพาะอาหารทำงานแปรปรวน จนทำให้เกิดเป็นโรคกระเพาะ กรดไหลย้อนในที่สุด

เราควรรับมือกับปัญหานี้ยังไง?

ต้นตอปัญหาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อนและโรคแพนิค เกิดจาก การไม่ดูแลสุขภาพ คนมักคิดว่าเราแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย เช้ามาไม่ต้องทานข้าว แค่กาแฟแก้วเดียวก็อยู่ได้ถึงบ่าย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ต้องทำงานหนักขึ้น ใช้ชีวิตรีบเร่งแข่งกับเวลา ทานข้าวไม่ตรงเวลาบ้าง ทานอาหารมื้อหนักบ่อยๆสังสรรค์กับเพื่อนบ้าง กินดึกแล้วก็นอนทันที พอสะสมนานๆเข้าร่างกายก็เริ่มส่งสัญญานฟ้องออกมา สำหรับผู้ป่วยที่กำลังทรมานจากโรคนี้ แล้วอยากให้อาการหายขาด ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดูนะคะ

1. จัดระเบียบวางแผนการใช้ชีวิตใหม่
ถ้ารู้ตัวว่าทำงานหนัก เรียนหนักเกินไป เครียดเกินไป ให้พักบ้าง หายใจเข้าลึกๆ นับ 1-5 แล้วหายใจออกยาวๆ ช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมอง (ปัจจุบันคนเราหายใจสั้นมาก ลองสังเกตุตัวเองดูนะคะ) ถ้าเราทานเนื้อสัตว์มากเกินไป ลองหันมาเพิ่มปริมาณผักดูบ้าง นอกจากช่วยล้างสารพิษในตับแล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีด้วย ถ้าเรากังวล กลัวว่าจะอาการเจ็บป่วยที่เป็นจะลุกลามไปมากกว่าเดิม นั่นคือเรื่องดี เพราะเรากำลังรับฟังอวัยวะภายในที่ส่งสัญญานเจ็บป่วยออกมา

2. ออกกำลังกายบ้าง
ผู้ป่วยกว่า 80% หายขาดจากกรดไหลย้อนและโรคแพนิค เพียงออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียดกังวล ช่วยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียน ขับของเสียที่ตกค้างในแบบธรรมชาติ และช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง การออกกำลังกาย ยังเป็นการกระตุ้นให้ดื่มน้ำ ช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย

3. ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร
เคี้ยวข้าวให้ละเอียด ทานอาหารให้ช้าลง ในแต่ละมื้อไม่ควรทานปริมาณมากเกินไป หลังทานข้าวเสร็จ ไม่ควรนอนทันที ทานอาหารทั้ง 5 หมู่ให้ครบ ดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้แทบทั้งหมด 

ตำรับยาสมุนไพรช่วยรักษาโรคระบบทางเดินอาหาร

ยาขับลมตราเพชรแดง ตำรับยาจากสมุนไพร 4 ชนิด เปล้าตะวัน กระเพราแดง ขิงแก่ ตะไคร้ ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ฟื้นฟูระบบย่อย (ในทางแพทย์แผนไทยเรียกว่า บำรุงไฟย่อย หรือ ไฟกองปริณามัคคี) สมานแผลในกระเพาะอาหารและรักษาโรคกรดไหลย้อน ดูรายละเอียดยาเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com