คำถามที่พบบ่อย (ยาขับลมตราเพชรแดง)

Last updated: Jan 26, 2019  |  464 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคระบบทางเดินอาหาร

คำถามที่พบบ่อย (ยาขับลมตราเพชรแดง)

คำถามที่พบบ่อย

สรรพคุณของยาสมุนไพรและการรักษา 

ผลข้างเคียงจากการรับประทาน 

ผู้ป่วยเฉพาะทาง เด็ก และคุณแม่ตั้งครรภ์ 

วิธีรับประทานยาสมุนไพร 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรรพคุณของยาสมุนไพรและการรักษา

1: ยาขับลมตราเพชรแดง แตกต่างกับยาสมุนไพรหรือยาแผนปัจจุบันอื่นๆอย่างไร
ตอบ: จุดเด่นของยาขับลมเพชรแดง คือการใช้สมุนไพรไทยพันธุ์ใหม่ชื่อ “เปล้าตะวัน” ซึ่งมีสรรพคุณเด่นในการสมานแผลกระเพาะอาหารและลดการอักเสบของหูรูดหลอดอาหารได้อย่างดีเยี่ยม ผสมร่วมกับกระเพรา ขิง ตะไคร้ ช่วยขับลม รักษาอาการจุกที่ลำคอ ท้องอืด บำรุงระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นการรักษาอาการของโรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อนที่ต้นเหตุ ช่วยรักษาอาการให้หายขาด ไม่กลับมาเป็นซ้ำ

2: ต้องใช้ระยะเวลานานขนาดไหน จึงจะรักษาอาการให้หายขาด
ตอบ: การรักษาอาการ ขึ้นอยู่กับระดับอาการและระยะเวลาที่เป็นมาของแต่ละคน การบรรเทาอาการเบื้องต้น เช่น การลดอาการท้องอืด จุกแน่น แสบร้อน ใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน การเห็นผลที่ชัดเจน ควรทานต่อเนื่อง 1-2 เดือน และการรักษาให้หายขาดควรทานอย่างน้อย 3-6 เดือน

3: เป็นกรดไหลย้อน โรคกระเพาะอาหารมานาน เป็นเรื้อรัง มีโอกาศหายได้หรือไม่
ตอบ: แผลในกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อน รวมถึงความเสื่อมของระบบย่อยอาหาร สามารถฟื้นฟูและรักษาให้หายได้ แต่อวัยวะภายในร่างกายนั้นย่อมเสื่อมลงตามกาลเวลา ดังนั้น แม้ว่าอาการจะหายดีแล้ว เราจึงควรดูแลสุขภาพด้วยการปรับพฤติกรรมการทานอาหารให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันอาการกลับมาเป็นซ้ำ และยังช่วยชะลอความเสื่อมของการทำงานของอวัยวะภายในได้อีกด้วย

4: ปรับพฤติกรรมแล้วแต่อาการก็ยังไม่หายสักที เป็นเพราะอะไร
ตอบ: การกำเริบของโรคกรดไหลย้อน หรือแผลในกระเพาะอาหาร เกิดจากปัจจัยกระตุ้นที่สะสมมาสักพักใหญ่ๆ เพียงแต่ร่างกายข้างในยังไม่ส่งสัญญานออกมา เช่น พฤติกรรมการทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง ความเครียดสะสม นอนผิดเวลา กระทั่งอวัยวะภายในเริ่มเสียหาย จึงฟ้องออกมาด้วยอาการเจ็บ จุกแน่น ปวดแสบอย่างรุนแรง เรียกว่า “อาการกำเริบเฉียบพลัน” ดังนั้นอาการที่เกิดวันนี้ อาจมาจากปัจจัยที่สะสมมาก่อนหน้า หรืออาจเกิดจากตัวกระตุ้นที่ทำให้กำเริบได้ทันที การบรรเทาและรักษาอาการ เช่น การปรับพฤติกรรมเมื่อมีอาการ หรือการทานยาสมุนไพรจึงต้องอาศัยระยะเวลาให้ร่างกายค่อยๆพักฟื้นนั่นเอง

^กลับสู่ด้านบน^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลข้างเคียงจากการรับประทาน

1: ทานยาขับลมตราเพชรแดงแล้วมีอาการถ่ายท้อง หรือท้องเสีย ถือว่าผิดปกติหรือไม่
ตอบ: ไม่ผิดปกติ อาการถ่ายท้องนั้นเกิดจากการขับของเสียที่ตกค้างในลำไส้ ยาขับลมตราเพชรแดง มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดี และกระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้บีบตัว ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น โดยหลังจากถ่ายท้องแล้ว อาการปวดท้องจะหายไป

2: ทานยาขับลมตราเพชรแดงในระยะยาวจะมีผลเสียกับตับไต หรือส่งผลเสียหรือไม่
ตอบ: เราใช้เวลากว่า 5 ปี ในการวิจัย พัฒนาตำรับจากยาสมุนไพรเปล้าตะวัน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทานได้อย่างปลอดภัย วัตถุดิบที่ใช้ดูแลด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีเคมี สารสเตียรอยด์ มีเลขทะเบียนยาแผนโบราณรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข (G348/50) ใช้กระบวนการผลิตที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน สามารถทานได้ในระยะยาวโดยไม่เกิดผลข้างเคียง

3: ทานแล้วจะทำให้อ้วนขึ้นหรือไม่
ตอบ: ไม่มีส่วนทำให้อ้วนหรือน้ำหนักขึ้น เพราะไม่มีแป้ง น้ำตาล ไขมันผสมในตำรับยาสมุนไพรนี้ ยาขับลมตราเพชรแดง เป็นตำรับจากยาสมุนไพรธรรมขาติ 4 ชนิด สำหรับผู้ที่เบื่ออาหาร จะช่วยให้ทานอาหารได้มากขึ้น แต่สำหรับผู้ที่ทานอาหารได้เป็นปกติอยู่แล้ว ก็ไม่ทำให้อยากอาหารมากขึ้น

^กลับสู่ด้านบน^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้ป่วยเฉพาะทาง เด็ก และคุณแม่ตั้งครรภ์

1: มีโรคประจำตัว โรคความดัน สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงได้หรือไม่
ตอบ: สามารถทานได้ นอกจากนี้ สมุนไพรเปล้าตะวัน ยังมีสรรพคุณในด้านระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นผลดีในการปรับระบบความดันโลหิตให้เกิดความสมดุล และไม่ส่งผลเสียต่อโรคประจำตัวใดๆ

2: เด็ก สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงได้หรือไม่
ตอบ: เด็กอายุมากกว่า 7 ปี สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงได้ โดยให้ทานเพียงครั้งละ 1-2 แคปซูล ตอนเช้า (จำนวนแคปซูลที่ทาน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ถ้าน้ำหนักตัวไม่ถึง 40 กิโลกรัม ให้ทานครั้งละ 1 แคปซูลถ้าน้ำหนักตัวมากกว่านั้น ให้ทาน 2 แคปซูล) ทานต่อเนื่อง 2 – 4 สัปดาห์ เพื่อเป็นการบำรุงกระเพาะและช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ตามปกติ

3: คุณแม่ตั้งครรภ์ สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงได้หรือไม่
ตอบ: สามารถทานได้ ยาขับลมตราเพชรแดง เป็นตำรับจากสมุนไพรพื้นบ้านที่ปลอดภัย ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง

4: คุณแม่พึ่งคลอดและกำลังให้นมบุตร สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงได้หรือไม่
ตอบ: สามารถทานได้ ยาขับลมตราเพชรแดง เป็นตำรับจากสมุนไพรพื้นบ้านที่ปลอดภัย ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ไม่ส่งผลต่อการขับน้ำนมของคุณแม่ และไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก

5: มีข้อจำกัดสำหรับผู้แพ้อาหารหรือไม่
ตอบ: ตำรับยาขับลมตราเพชรแดง เป็นยาฤทธิ์สุขุม ไม่ร้อน ไม่เย็นเกินไป สามารถทานเพื่อรักษาอาการเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหารได้ อย่างไรก็ตาม หากทานแล้วมีอาการแพ้ ผื่นขึ้น แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของอาการแพ้

^กลับสู่ด้านบน^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีการรับประทาน

1: ยาขับลมตราเพชรแดง ควรทานอย่างไร
ตอบ: เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แนะนำให้ทานยาขับลมตราเพชรแดงวันละ 6 แคปซูล และทานกับน้ำอุ่น โดยสามารถเลือกทานได้ตามนี้:

      • ทาน 2 แคปซูล 3 เวลา หลังอาหาร 5-10 นาที ในกรณีที่ผู้ป่วยกลืนยายาก ไม่อยากทานยาเยอะในแต่ละมื้อ

      • ทาน 3 แคปซูล 2 เวลา หลังอาหาร 5-10 นาที ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อยากทานยาหลายๆมื้อ หรือกลัวลืม

      • หากต้องการทานยาให้เห็นผลเร็ว สามารถทานครั้งละ 3 แคปซูล 3 เวลาได้

การรักษาแนะนำให้ทานยาต่อเนื่อง อย่างน้อย 1-3 เดือน หากอาการเริ่มดีขึ้น สามารถลดปริมาณการทานลงเหลือวันละ 3 แคปซูล ช่วงเช้า หรือ ก่อนนอน เพื่อเป็นการบำรุงกระเพาะ บำรุงระบบย่อย ป้องกันไม่ให้อาการของกรดไหลย้อน โรคกระเพาะกลับมาเป็นซ้ำได้

2: ถ้ามีอาการหนัก เป็นเยอะและเป็นเรื้อรัง ควรทานอย่างไร
ตอบ: แนะนำทานครั้งละ 3 แคปซูล 3 เวลา หลังอาหาร 5-10 นาที เพื่อให้ได้ปริมาณและสรรพคุณทางยาที่มากขึ้น

3: น้ำหนักตัวมากหรือน้อย ควรปรับการทานยาอย่างไร
ตอบ: สำหรับผู้ใหญ่ น้ำหนักตัวน้อยกว่า 50 กิโลกรัม สามารถทานยาขับลมตราเพชรแดงวันละ 4 แคปซูล (2 แคปซูล 2 เวลา เช้า-เย็น) และ สำหรับผู้ใหญ่ น้ำหนักตัว 80 กิโลกรัมขึ้นไป แนะนำให้ทานครั้งละ 3 แคปซูล 3 เวลา (9 แคปซูล ต่อวัน)

4: สามารถทานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆได้หรือไม่
ตอบ: สามารถทานร่วมกับยาแผนปัจจุบัน อาหารเสริม และยาสมุนไพรอื่นๆได้ ตัวยาไม่หักล้างฤทธิ์กัน ยกเว้น ผลิตภัณฑ์ดังนี้: อาหารเสริมประเภทลดความอ้วน, สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น เช่น ฟ้าทะลายโจร เพราะยาสมุนไพรจะหักล้างฤทธิ์กัน ทำให้สรรพคุณทางยาเสียไป

5: พฤติกรรมที่ควรปรับเพื่อป้องกันอาการกลับมาเป็นซ้ำ
     • ควรทานสมุนไพรอย่างต่อเนื่อง
     • ไม่นอนทันทีหลังทานข้าว ควรนั่งพักอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ป้องกันกรดไหลย้อน
     • เคี้ยวช้าๆ ไม่ทานเร็วเกินไป ช่วยให้กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
     • ทานข้าวตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมัน ของทอด
     • หลีกเลี่ยงการออกแรง เช่น ยกของหนักๆ หลังทานอาหาร เพื่อลดแรงดันในช่องท้อง
     • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
     • ออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอเพื่อผ่อนคลายความเครียด

^กลับสู่ด้านบน^

Powered by MakeWebEasy.com